|
| ดอยอ่างขางโครงการหลวงใต้ร่มพระบารมี |
|
 |
“ดอยอ่างขาง” ปัจจุบันเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความงดงามทั้งจากต้นไม้ดอกไม้นานาพันธุ์ที่เพาะปลูกไว้ในส่วนต่างๆ รวมไปถึงทัศนียภาพโรยรอบ ทำให้สถานที่แห่งนี้มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนไปเยี่ยมเยียนอยู่เสมอ
สำหรับ“ดอยอ่างขาง”นั้น ถือเป็นโครงการหลวงแห่งแรกของประเทศไทย ที่เกิดขึ้นจากพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภายหลังจากได้เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรชีวิตของชาวเขาบริเวณบ้านดอยปุย ใกล้กับพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ และได้ทรงทราบว่า ชาวเขาทำอาชีพปลูกฝิ่นและเก็บท้อพื้นเมืองขาย แต่ยังมีฐานะยากจนและมีความเป็นอยู่ที่ลำบาก |
 |
| ภูมิทัศน์ภายในสถานีฯ ตกแต่งอย่างสวยงาม |
|
 |
แม้ว่าจะมีสถานีวิจัยดอยปุย ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งดำเนินงานวิจัยไม้ผลเขตหนาว เพื่อช่วยเหลือชาวเขาให้มีรายได้มากขึ้น แต่สถานีวิจัยดอยปุยก็มีพื้นที่คับแคบ จึงทรงมีพระราชดำรัสให้ตั้งโครงการหลวงส่วนพระองค์ขึ้นเมื่อ พ.ศ.2512 โดยมีหม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการในตำแหน่งผู้อำนวยการ มีชื่อเรียกในระยะแรกว่า “โครงการหลวงพระบรมราชานุเคราะห์ชาวเขา” และต่อมา ก็ได้ทรงพระราชทานนามว่า “สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง”
“สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง” เป็นโครงการหลวงแห่งแรกของเมืองไทย ซึ่งเป็นสถานที่ทดลอง ค้นคว้า และวิจัยพืชผัก ผลไม้ และไม้ดอกเมืองหนาว เพื่อเป็นตัวอย่างให้แก่ชาวไทยภูเขาในการนำพืชเหล่านี้มาเพาะปลูกเป็นอาชีพแทนการปลูกฝิ่น ที่จะทำให้ชาวไทยภูเขามีรายได้มากขึ้นกว่าแต่ก่อน ตามแนวพระราชดำริที่ว่า “ให้เขาช่วยตัวเอง” |
 |
| แปลงปลูกผลไม้เมืองหนาวของชาวไทยภูเขา |
|
 |
การดำเนินงานของโครงการหลวงอ่างขางหรือสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง แบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ คือ 1.งานศึกษาวิจัยไม้ผลเขตหนาว และการขยายพันธุ์พืชต่างๆ 2.งานเผยแพร่เทคโนโลยีเกษตรบนพื้นที่สูง เป็นแหล่งวิชาการและเป็นศูนย์การเรียนรู้ สถานที่ฝึกอบรมของเจ้าหน้าที่ เกษตรกร และหน่วยงานต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ 3.งานพัฒนาและส่งเสริมอาชีพแก่เกษตรกรบริเวณรอบสถานี
ปัจจุบันโครงการหลวงอ่างขางมีการทดลองและส่งเสริมการปลูกพืชผัก ผลไม้ และไม้ดอกเมืองหนาวอยู่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่เห็นกันอยู่ในตอนนี้มีไม้ผลเมืองหนาวกว่า 10 ชนิด อาทิ ท้อ บ๊วย สตรอเบอร์รี่ สาลี่ พลับ กีวี เป็นต้น ผักเมืองหนาวกว่า 60 ชนิด เช่น แครอท ผักสลัดต่างๆ ฯลฯ และไม้ดอกเมืองหนาวอีกมากมาย เช่น คาร์เนชั่น กุหลาบ เบญจมาศ |
 |
| ผลผลิตที่ได้จากการส่งเสริมของสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง |
|
 |
นอกจากจะส่งเสริมให้ชาวไทยภูเขาปลูกพืชพันธุ์ต่างๆ แล้ว ทางสถานีฯ ยังรับซื้อผลผลิตกลับมา เพื่อนำมาจำหน่ายให้ให้แก่นักท่องเที่ยวตามฤดูกาล และยังมีการแปรรูปผลผลิตต่างๆ ให้มีมูลค่าสูงขึ้น ซึ่งจะทำให้ชาวไทยภูเขามีรายได้เพิ่มมากขึ้นไปด้วย
จากเดิมที่ดอยอ่างขางเป็นเขาหัวโล้น มีแต่การปลูกฝิ่นหรือทำไร่เลื่อนลอย เมื่อกลายมาเป็นแปลงพืชผักผลไม้เมืองหนาวที่อุดมสมบูรณ์ ชาวบ้านมีงานทำ มีรายได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ก็มีการพัฒนาให้ดอยอ่างขางกลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ซึ่งเป็นการช่วยเพิ่มรายได้อีกทางหนึ่งให้แก่ชาวไทยภูเขารอบๆ สถานีฯ |
 |
| แปลงกะหล่ำประดับในสวนแปดสิบ |
|
 |
จุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจภายในโครงการหลวงอ่างขางมีหลายแห่งด้วยกัน อาทิ “สวนแปดสิบ” สวนดอกไม้ที่ประดับตกแต่งในรูปแบบการจัดสวนที่ลดหลั่นกันไปตามเนินเขาอย่างงดงาม
ภายในสวนมีทั้งกะหล่ำประดับดอกยักษ์สีม่วงและขาว ปลูกเรียงรายเป็นกลุ่มขนานไปกับทางเดินชมสวนที่แซมด้วยดอกไม้เล็กๆ หลากสี ในมุมที่สูงขึ้นไปจะเป็นดอกไม้ที่ขึ้นเป็นพุ่ม มีทั้งสีแดง เหลือง ชมพู ดูดารดาษงดงาม และด้านบนสุดจะเป็นที่ประทับของพระราชินีที่เป็นเรือนไม้แบบสวิสตั้งโดดเด่นโดยมีดอกไม้สวยงามและต้นเปาโลเนียเป็นฉากหน้า และในวันหยุดชาวไทยภูเขาก็จะนำของที่ระลึกทำมือมาวางขายบริเวณนี้ให้ได้เลือกซื้อกันอีกด้วย |
 |
| ไม้ดอกเมืองหนาวเบ่งบาน |
|
 |
“อาคารไม้ดอกเมืองหนาว” ภายนอกดูเป็นโรงเรือนธรรมดาๆ แต่ภายในเต็มไปด้วยดอกไม้งามและต้นไม้ที่ตกแต่งภูมิทัศน์อย่างสวยงาม มีน้ำตกจำลองเล็กๆ ที่มีน้ำใสไหลเย็นคอยให้ความชุ่มฉ่ำท่ามกลางดงดอกไม้หลากสีสารพัดพันธุ์ ที่จัดตกแต่งอย่างเข้ากันไปทั่วบริเวณ
“โรงเรือนแปลงกุหลาบ” ที่ภายในมีกุหลาบหลายสายพันธุ์หลากสีสัน ทั้งสีแดง ชมพู ขาว เหลือง ออกดอกชูช่อสวยงามอยู่มากมายหลายต้น และนอกจากนั้นก็ยังมี “สวนรับเสด็จ” ที่มีการจัดตกแต่งไม้ดอกไม้ใบอย่างกลมกลืนเข้ากันไปตามไหล่เขา “สวนหอม” ที่เต็มไปด้วยพันธุ์ไม้หอมนานาชนิด “สวนกุหลาบอังกฤษ” ที่รวบรวมกุหลาบสายพันธุ์อังกฤษไว้มากมาย “สวนบอนไซ” แหล่งรวมบอนไซสวยงาม รวมไปถึงโดมไม้แล้ง และ “แปลงไม้ผลเมืองหนาว” ที่มีทั้ง สาลี่ บ๊วย กีวี พลัม พีช ฯลฯ |
 |
| กุหลาบงามในโรงเรือนแปลงกุหลาบ |
|
 |
อีกทั้งยังมีแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงที่อยู่บริเวณรอบๆโครงการไม่ว่าจะเป็น “หมู่บ้านขอบด้ง” ที่เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามในยามเช้า นักท่องเที่ยวเลือกสามารถซื้อสินค้าการเกษตรและของที่ระลึกฝีมือชาวบ้านท่ามกลางสีสันของวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชนเผ่ามูเซอดำและมูเซอแดง
ส่วนที่ “บ้านนอแล” ที่มีเด็กๆ ชาวปะหล่องทั้งหญิง-ชาย มาทำหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์น้อย คอยแนะนำเรื่องราวและสิ่งน่าสนใจในบริเวณนี้ รวมถึงเรื่องราวความน่าสนใจของชาวปะหล่องที่เดินทางจากพม่าเข้ามาอาศัยใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารในเมืองไทย |
 |
| โครงการหลวงอ่างขางสร้างงานสร้างรายได้ให้ชาวบ้าน |
|
 |
และบริเวณหน้าโครงการก็เป็นที่ตั้งของ “บ้านคุ้ม” หมู่บ้านที่มีสินค้าพื้นเมืองและร้านอาหารรวมไปถึงที่พักให้บริการ บ้านคุ้มจะคึกคักตั้งแต่ประมาณ 7 โมงเช้าไปจนถึงประมาณ 3 ทุ่ม สามารถมาเดินเที่ยวและจับจ่ายซื้อของกันได้ตลอดวัน
ที่ดอยอ่างขางยังถือเป็นจุดชมดอกนางพญาเสือโคร่งสีชมพูอ่อนหวานได้อย่างสวยงาม โดยจะมีต้นนางพญาเสือโคร่งทั้งบริเวณริมถนนที่วิ่งไปยังสถานีฯ และภายในสถานีฯ ด้วยเช่นกัน และในขณะนี้ก็เริ่มเบ่งบานให้ได้ชมดอกสีชมพูหวานแล้วเช่นกัน อีกทั้งภายในสถานียังมีต้นซากุระสายพันธุ์จากประเทศญี่ปุ่นแท้ๆ ให้ชมกันอีกด้วย |
 |
| ดอกนางพญาเสือโคร่งผลิบานริมถนนทางเข้าสถานีเกษตรฯ |
|
 |
จากการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จไปทอดพระเนตรความเป็นอยู่ของชาวบ้าน จนทำให้เกิดโครงการพระราชดำริที่จะทรงช่วยเหลือชาวไทยภูเขาให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ให้เขาเหล่านั้นสามารถพึ่งพาตัวเองได้ในอนาคต จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ชาวไทยภูเขาซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์อย่างหาที่สุดไม่ได้ |
 |
| แปลงไม้ผล |
|
 |
*****************************************
สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง เป็นโครงการหลวงแห่งแรกในประเทศไทย ตั้งอยู่ใน ตำบลแม่งอน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ในพื้นที่ที่มีอากาศเย็นตลอดปี เนื่องจากมีความสูงเฉลี่ยจากระดับน้ำทะเล 1,400 เมตร มียอดสูงสุด 1,928 เมตร ใครที่ต้องการค้างแรมบนดอยอ่างขาง สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง 0-5345-0107 ควรสำรองห้องพักก่อนประมาณ 15-30 วัน โดยเฉพาะช่วงเทศกาลที่คนเยอะเป็นพิเศษ |
| * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * |